runa's profile:. o ~*N!ghtPh@nToM*~ o ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 25 คุกกี้ 1 ห่อ กับการตัดสินใจคนณ สนามบินนานาชาติระดับโลก
มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมงในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อ และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาสักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันอย่างละชิ้นเธอมองด้วยความโกรธแต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจเธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกาในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย"ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้นทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไรชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า"เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้วเธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อเธอตกใจมากถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกินเธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่ามันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่องเธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเธอนั่นเองที่ไร้มารยาทเป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง...มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย"..........นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลาย ๆสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า"เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง? เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่".......... จุดจบทำให้เกิดการเริ่มต้นเธอจบทุกอย่างวันนี้ เธอก็จะได้เริ่มต้นทุกอย่างในวันพรุ่งนี้ หากเธอเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง ชีวิตที่เหลือของเธอก็จะเข้มแข็ง
การเริ่มต้นที่ดี...ต้องเริ่มจากมองโลกในแง่ดี โลกที่ยังมีอะไรให้เธอค้นหา โลกที่กลางวัน...มีดวงตะวันกลมโตสาดแสงอบอุ่น
อย่าท้อก็แล้วกัน 30 ข้อคิดดีๆ ในการดำเนินชีวิต1. อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับหลายๆ คนนะ...
บางสิ่งเราก็ไม่ควรจำ ถ้ามันทำให้เจ็บ แต่บางสิ่งที่ควรจะเก็บ ถ้ามันเป็นความเจ็บที่น่าจดจำ ...T-T
ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต- จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน คุณรู้ใหม ????>>>>คุณรู้ใหม ???? ความลับ...ความรักความลับ...ได้ยินว่ามักเป็นสีดำ ความรัก...จำได้ว่ามักเป็นสีชมพู ความลับ...ต้องกระซิบข้างๆหู ความรัก...อาจรับรู้ด้วยหัวใจ ความลับ...ต้องมีการวางแผน ความรัก...จะกี่หมื่นแสนก็ยังยิ่งใหญ่ ความลับ...ถ้าบอกจะไม่ลับอีกต่อไป ความรัก...ได้ฟังเมื่อไหร่ก็ยังคงงดงาม ความลับ...ฟังแล้วอาจสงสัย ความรัก...มักไม่มีคำบรรยายหรือคำถาม ความลับ. . .ต้องเก็บให้ดีนี่คือนิยาม ความรัก. . .อาจไม่ต้องมีคำจำกัดความมาปะปน ความลับ...จะไม่บอกให้ใครรู้ ความรัก...แค่ให้ได้ฟังอยู่ก็สุขล้น ความลับ...เข้าไปมากจะวกวน ความรัก...แค่อยู่ในใจสักคนก็เพียงพอ ข้อความดีๆ ไฟ น้ำ และความไว้ใจมีเพื่อนรักอยู่ 3 คน คือ ไฟ น้ำ และ ความไว้ใจ ทั้ง 3ได้มาพบและพูดคุยกัน November 17 มาข้อคิด จาก...Last Fantasy...ความเชื่อใจ และ การเอาชนะใจตัวเอง สำคัญกว่าการชนะทั้งปวง...
...จุดอ่อนของนักสู้ คือ ความกลัว ตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากความกลัว ก็ไม่มีวันชนะได้...
...หากชีพท่านไร้ซึ่งความหวัง กายท่านนั้นจะคงอยู่เพื่อสิ่งใด?...
เราจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีความหวังหล่อเลี้ยงชีวิต ความหวังของคนเราไม่เคยมีคำว่าสิ้นสุด
ตราบใดที่ยังไม่สิ้นลมหายใจ เราก็จะมีความหวังใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
...ถึงแม้จะไม่มีตัวตนอยู่ แต่ถ้าความฝัน และ ความตั้งใจของเรา
ถูกหว่านเมล็ดแกไปเรียบร้อยแล้ว เราก็คือผู้ชนะที่แท้จริง...
...จงอย่ากลัว ในสิ่งที่ยังไม่รู้...
...ในสถานการณ์ปกติ เรามักจะรู้จักตัวเองได้ ไม่ดีเท่ากับในสถานการณ์ที่ย่ำแย่...
...การมองเห็นอนาคต คือพรอันวิเศษ แต่จงอย่าลืมปัจจุบันที่ยืนอยู่ เพราะอนาคตเรื่มต้นที่ปัจจุบัน...
...สิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้ ของการอยู่ในโลกของความจริง คือ การยอมรับความจริง... November 11 คุณธรรม จาก...หัวขโมยแห่งบารามอสชีวิตตัวเองต้องลิขิตด้วยตัวเอง อะไรจะเป็นก็ให้มันเป็นไป ขืนรู้ว่าอนาคตดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ คนขี้เกียจก็เอาแต่นอนตีพุงสบาย แล้วขืนรู้ว่าไม่ดีคงทำใจเลิกสู้ ไปๆมาๆ ไอ้โอกาสที่พอดีได้นิดๆ หน่อยๆก็กลายเป็นศูนย์กันพอดี
อยู่นานอีกกี่ปี ชีวิตก็คือชีวิต ยาวสั้นไม่สำคัญเท่ากับว่าอยู่แล้วจะทำอะไรชีวิตถึงจะสั้นก็ควรจะทำให้มีค่า ให้อยู่มีคนรัก จากไปมีคนอาวรณ์ ถึงชีวิตไม่ยืน แต่ทุกวินาทีของเราจะมีค่า ทุกนาทีจะมีความหมาย เราจะไม่เกิดเปล่าตายเปล่า ใช้ชีวิตแค่ผ่านไปวันๆ
ชีวิตคนเราจะยาวจะสั้นไม่สำคัญสำคัญอยู่ที่ว่าอยู่อย่างมีค่า ตายอย่างมีค่า
คนเรามีเหตุผลที่มาต่างกัน จึงมีการกระทำต่างกัน ความคิดต่างกันในโลกนี้จริงๆ ไม่มีผิด ไม่มีถูก มุมเรามอง เราว่าเขาทรยศทำผิด มุมมองเขา อาจว่าทำตามหน้าที่ ไม่ผิด
ทุกอย่างอยู่แค่ห้วงคิด ถ้าเราไม่รู้จักหมุนเปลี่ยนห้วงคิดโลกนี้ทั้งโลกก็มีแต่ ศัตรูกับคนทรยศแต่ถ้าหมุนเปลี่ยนห้วงคิดสักนิด โลกนี้ทั้งโลกก็มีแต่เพื่อน
จิตใจอันสงบย่อมมองเห็นทางอันสว่างส่วนจิตใจที่สับสน วุ่นวายแม้มีทางทอดยาวอยู่เบื้องหน้าก็ยังมองไม่เห็น
ลดความเห็นแก่ตัวของเราลงหน่อยแล้วให้คนอื่นได้สบายขึ้นบ้างความเห็นแก่ตัวในโลกก็ไม่ลดลงสักเท่าไหร่หรอก
เขาก็มีข้อดีของเขา เราก็มีข้อดีของเราแทนที่จะเสียเวลามานั่งทุกข์เพราะอิจฉาสู้เอาเวลามาหาข้อดีของตัวเองแล้วจะรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องไปเทียบกับใคร
รู้ไหมว่ามีแต่คนโง่ที่ไม่รู้ว่าคำสบประมาทน่ะ!! เค้ามีไว้ให้ฮึดสู้ ไม่ใช่ให้เอามานั่งท้อ
พลาดก็คือพลาด คนเรามันเรียนรู้จากความผิดพลาด คนไม่เคยผิด...คือคนไม่ทำอะไรเลย คนไม่ทำอะไรเลยก็ไม่มีวันก้าวหน้า
ความผิดของตัวเองมักเล็กเท่าเม็ดทราย...ความผิดของผู้อื่นมักใหญ่เท่าผืนฟ้า!!
คงเป็นความผิดที่มนุษย์ฉลาดเกินไป รักศักดิ์ศรีเกินไป ทะนงเกินไป จนไม่สามารถที่จะยอมอยู่นิ่งเฉย ไม่ยอมที่จะเล่นไปตามกระแสของเกมปลาใหญ่กินปลาเล็ก
คนตายมักเป็นฝ่ายชนะตลอดกาล เพราะคนเป็นพยายามแทบตายก็ท้าสู้ด้วยไม่ได้ เวลาของคนตายจึงเป็นนิรันดร์ ในขณะที่เวลาของคนเป็นมีจำกัด
เราไม่สามารถได้ทุกอย่างที่เราต้องการได้แต่เมื่อเรารู้จักคำว่าพอ เราจะไม่รู้จักคำว่าทุกข์ เพราะความสุขเป็นสิ่งที่ทำได้ด้วยใจ ถ้าเพียงแค่คิดอยากจะหา
เบียดเบียนผู้อื่นได้ แต่ทนไม่ไม่ได้เมื่อถูกเบียดเบียนมีความสุขบนความทุกข์ผู้อื่น ได้แต่ทนไม่ได้หากผู้อื่นมีความสุขบนความทุกข์ของตนบ้าง
มนุษย์ประกาศปาวๆว่ามุ่งแสวงหาการไม่เบียดเบียน ในท่ามกลางการเบียดเบียน ที่ตัวเองเป็นผู้เริ่ม เพราะอย่างนี้ใช่ไหม ชีวิตแต่ละชีวิตจึงช่างดูไร้ค่า
อำนาจไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้ แม้มันอาจซื้อได้มากมายหลายอย่าง แต่บางทีก็อาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ
อำนาจที่แสวงหาจากภายนอก ไม่เคยเป็นนิรันดร ชัยชนะเหนือใจตัวเองเท่านั้น จึงเป็นนิรันดร อาทิตย์ไม่เคยดับในดินแดน น้ำแข็งท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด ก็ยังมีดอกเกล็ดหิมะที่ยังขึ้นงามได้
อาทิตย์ไม่เคยดับกับดอกเกล็ดหิมะ ความงามที่ไม่มีอะไรเสมอเหมือน ในดินแดนแห่งความหนาวเหน็บ
วีรบุรุษเกิดในสมรภูมิ สมรภูมิสร้างปีศาจ ปีศาจเกิดจากสงคราม สงครามสร้างวีรบุรุษ ยุคของวีรบุรุษ ยุคของปีศาจ สุดแต่คนจะเรียก แล้วปีศาจกับวีรบุรุษ จะแตกต่างกันที่ตรงไหน
จะมีสักกี่คนที่ในยามฝันจะรู้ตัวว่ากำลังฝัน แท้จริงแล้วโลกนี้ก็เหมือนดั่งความฝัน ในฝันชั่วตื่น เรามาแล้วเราก็ไป บ้างมาสั้น บ้างมายาว บางคนมาก็ไม่รู้ว่าจะมาทำไม ยามจะไปก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน มาอย่างงงๆ แล้วก็ไปอย่างงงๆ ไปๆ กลับๆ หลงวนเวียนอยู่ในความฝัน จะฝันดี ฝันร้าย อยู่ที่เราเป็นผู้กำหนด
เพราะไม่รู้ว่าฝัน ถึงยังต้องหลงวนเวียนอยู่ในโลกแห่งความฝัน จึงไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญ จึงต้องมาเสียใจภายหลัง
คนเรามาอย่างไรก็ต้องไปอย่างนั้น ยามมาเป็นผู้กำหนดจะมาเอง ยามไปก็ต้องเป็นผู้กำหนดจะไปเอง ไม่มีใครทำแทนใครได้
ข้อคิดดีดีจาก...BLEACHเพราะว่าไร้รูปร่าง...พวกเราจึงได้เกรงกลัว!!
ที่มนุษย์สร้างความหวังขึ้นมาก็เพราะว่า...มองไม่เห็นความตายที่อยู่เบื้องหน้า!!
ถ้าหากชั้นเป็นเม็ดฝนละก็ ชั้นคงจะเหนี่ยวประสานหัวใจ ของใครบางคนไว้ได้ เหมือนดั่งที่เหนี่ยวประสาน แผ่นดินกับผืนฟ้า ที่ไม่มีวันมาประจบกัน ได้ตลอดกาล
พวกเราดึงดูดกันและกัน เหมือนอย่างหยดน้ำ ดาวนพเคราะห์ พวกเราผลักกัน เหมือนอย่างแม่เหล็ก เหมือนอย่างสีผิว
หากไม่กุมดาบก็ปกป้องเธอไม่ได้...หากกุมดาบแล้วก็คงกอดเธอไม่ได้!!
พวกเราน่ะ!! ไม่มีชะตากรรมหรอก พวกที่ถูกดูดกลืนอยู่ในความโง่เขลา ความหวาดกลัว และก้าวพลาดนั่นแหละ ที่จะตกลงไปในกระแสวังวน ที่เรียกกันว่า “ ชะตากรรม ”
เราไม่ควรจะเสียน้ำตาเพราะนั่นคือ...ความพ่ายแพ้ของร่างกายที่มีต่อจิตใจ และเป็นเครื่องหมายพิสูจน์ว่า...เราไม่สามารถรับมือกับใจตัวเองได้
ถ้าสนิมขึ้นก็ไม่สามารถปักได้อีก ถ้าจับพลาดก็จะฟันตัวเอง ใช่แล้ว!! ความภูมิใจน่ะ...คล้ายกับคมมีด
เราทุกคนฝันว่าบินอยู่บนท้องฟ้า...ทั้งๆที่ยังลืมตาอยู่
แม้เราจะยื่นมือออกไป ปัดเป่าเมฆหมอกบนท้องฟ้า คว้าจับดวงจันทรา และดวงดาวไว้ได้ ก็ยังไปไม่ถึงความเป็นจริง
ที่เราเห็นว่าดอกไม้ริมผานั้น งดงามก็เพราะ...ขาของเรา จะหยุดนิ่งอยู่ที่ริมผา ไม่สามารถกร้ำกราย ขึ้นไปยังท้องฟ้า อย่างไร้ความกลัวเกรง ดั่งเช่นบุปผานั้นได้
ในยามที่ทิ้งศักดิ์ศรีไปหนึ่ง เราก็จะก้าวเข้าสู่ ความเป็นสัตย์ป่าไปหนึ่ง ในยามที่ยับยั้งชั่งใจไปหนึ่ง เราก็จะถอยห่างออกมาจาก ความเป็นสัตย์ป่าก้าวหนึ่ง
แผงคอสุริยันที่โปรยปราย ลบเรือนรอยเท้าบนพื้นน้ำแข็งอยู่เรื่อยไป อย่าได้หวั่นกลัวคำหลอกลวงใดๆ เพราะโลกเราไซร้ยืนอยู่บนคำหลอกลวง
ผู้เปรียบความรัก ว่าคือความงดงาม คือผู้ที่ไม่รู้จักความรัก ผู้เปรียบความรัก ว่าคือความน่าเกลียด คือผู้โอ้อวดตนว่ารู้จักความรัก
เพียงแค่ดันทุรังประดับตกแต่งแม้จะรู้ว่าต้องถูกตัดทิ้งในไม่ช้า เพียงแค่ดันทุรังดูแลให้เงางามแม้จะรู้ว่าต้องถูกตัดทิ้งในไม่ช้า กลัวเหลือเกิน กลัวเหลือเกินเวลาที่ต้องถูกตัดทิ้ง เส้นผมที่ถูกตัดทิ้งเหล่านั้น ช่างดูคล้ายตัวเจ้าผู้วางวายยิ่งนัก |
|
|